เปิดตัว Honda StepWGN Spada Minorchange ในแดนปลาดิบ

เปิดตัว Honda StepWGN Spada Minorchange ในแดนปลาดิบ

ฮอนด้าประเทศญิปุ่นได้เปิดตัว Honda StepWGN Spada Minorchange อย่างเป็นทางการเพื่อโต้ตลาดในกลุ่ม MPV ที่มี 3 รุ่นดังที่กำลังรุกตลาดได้แก่ Toyota Noah / Voxy / Esquire แต่สำหรับ StepWGN ยังเป็นที่ถูกใจชาวญิปุ่นอย่างยาวนาน

Honda StepWGN Spada Minorchange เปิดตัววันที่ 28 กันยายน 2017 ที่ผ่านมาโดยมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากเดิมด้วยรูปลักษณ์ที่พัฒนาคล้ายกับหุ่นยนต์มากยิ่งขึ้นต่างจากรุ่นเดิมพอควร

Honda StepWGN Spada ในญิปุ่นมี 5 รุ่นให้เลือกได้แก่ (ทุกรุ่นติดตั้งระบบความปลอดภัย Honda Sensing  )

  • เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ขับสอง 2,852,280 เยน ประมาณ 845,000 บาท
  • เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ขับ 4 ล้อ 3,089,880 เยน ประมาณ 915,000 บาท
  • Sport Hybrid i-MMD B + ขับสอง  3,300,048 เยน ประมาณ 978,000 บาท
  • Sport Hybrid i-MMD G + ขับสอง  3,350,160 เยน ประมาณ 993,000 บาท
  • Sport Hybrid i-MMD  G-EX + Hขับสอง 3,559,680 เยน ประมาณ 1,054,000 บาท

ภายนอกได้รับการออกแบบสปอร์ตมากขึ้นด้วยฝากระโปรงหน้าเหลี่ยมสันขึ้นไฟหน้า LED ใหม่ กระจังหน้าใหม่ กันชนหน้าใหม่ ไฟหน้า LED แบบ inline ไฟเลี้ยว LED ไฟตัดหมอก LED ประตูสไลด์ เปิด-ปิดไฟฟ้า แบบ Hand-Free บานประตูท้าย Waku Gate กระจังบังลมหน้าเคลือบด้วยสารป้องกันความร้อนและรังสี UV เช่นเดียวกับกระจกห้องโดยสาร พร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจอเครื่องเล่น DVD พับเก็บได้ขนาด  9 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารปรับอุ่นได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Triple Zone ระบบฟอกอากาศ Plasma Cluster ไฟส่องแผ่นที่ LED คอนโซลกลางมีช่องเสียบ USB 2 จุด หน้าจอสัมผัส Infotainment รองรับระบบนำทาง Honda Inter Navi ม่านบังแดดพับเก็บได้สำหรับผู้โดยสารหลัง 2 

ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร รหัส L15B เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร  Intercooler Turbo ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 203 นิวตันเมตร (20.7 กิโลกรัมเมตร) ที่ 5,000 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ idling stop และ ECON Mode ขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Real-time 4WD อัตราสิ้นเปลืองมาตราฐาน JC08 ที่ 17.0 กิโลเมตร/ลิตร

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Sport Hybrid i-MMD รหัส LFA เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร  ให้กำลังสูงสุด 145 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร ที่ 0 – 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมระบบ idling stop และ ECON Mode ขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Real-time 4WD อัตราสิ้นเปลืองมาตราฐาน JC08 ที่ 25.0 กิโลเมตร/ลิตร

จัดเต็มด้วยระบบความปลอดภัยเช่น

  • ระบบเบรก ABS/EBD
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง – ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
  • ม่านนิรภัยสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 1-3
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS
  • กล้องสำรวจรอบทิศทาง Multi-View Camera
  • ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ Honda Smart Parking Assist
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง

ระบบความปลอดภัย Honda Sensing

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
  • ระบบช่วยหักหลบพวงมาลัยป้องกันชนคนเดินทางเท้า PCMS
  • ระบบแจ้งเตือน เมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ LDW
  • ระบบช่วยเหลือ เมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ CMBS
  • ระบบหยุดรถอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ ตรวจจับเส้นแบ่งเลน (ที่เป็นเส้นประ) LKAS
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน ACC – Adaptive Cruise Control (สำหรับรุ่น Hybrid จะมาพร้อมกับระบบ
  • หน่วงความเร็ว (Low-Speed Follow )
  • ระบบจดจำป้ายจราจร

Image converted using ifftoany

เรียบเรียงโดย Car250.com

ขอบคุณข้อมูล www.headlightmag.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

nine − 8 =