ยอดขายรถยนต์ BEV+PHEV ทั่วโลก ระหว่าง มกราคม – กุมภาพันธ์ 2025 รวมกว่า 2,477,723 คัน

ยอดจดทะเบียนรถยนต์ปลั๊กอินทั่วโลกเดือนกุมภาพันธ์ 2025 พุ่งขึ้น 49% เมื่อเทียบกับปีก่อน — BEV นำโด่ง, PHEV ยังโต, ส่วนรถน้ำมันร่วงหนัก
ข่าวดีสำหรับสาย EV มาอีกแล้ว! ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ปลั๊กอิน (ทั้ง BEV และ PHEV) ทั่วโลกพุ่งทะยานถึง 1.2 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2024
จุดที่น่าจับตาคือ BEV (รถไฟฟ้าล้วน) วิ่งแซง PHEV ไปอีกขั้น ด้วยยอดจดทะเบียน 814,000 คัน (+58% YoY) ขณะที่ PHEV ก็ยังเติบโตได้ดีที่ 403,000 คัน (+35% YoY)
แต่ไม่ใช่แค่รถปลั๊กอินที่โต รถเครื่องยนต์สันดาป (รวมถึงไฮบริดธรรมดาที่ไม่มีปลั๊ก) กลับสวนทางกันไปเลย โดยมียอดขายลดลงถึง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในช่วงเวลาเดียวกัน
EV ครองส่วนแบ่งตลาด 19% แล้ว! BEV กินไป 13% คนเดียว
เมื่อมองภาพรวมของตลาดรถยนต์ทั่วโลก รถยนต์ปลั๊กอินตอนนี้ถือครองส่วนแบ่ง 19% ของตลาดแล้ว โดยเฉพาะ BEV ที่คว้าไปคนเดียวถึง 13% — นี่ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโลกกำลังขยับเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างมั่นคง
และถ้าดูยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี 2025 จนถึงตอนนี้ ส่วนแบ่งตลาดของรถปลั๊กอินก็ยังอยู่ที่ 19% (BEV 13%) โดยมียอดเติบโตสะสมที่ +32%
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ต่อให้ ไม่รวมจีน ซึ่งเป็นตลาด EV ใหญ่ที่สุดในโลก ยอดขายปลั๊กอินทั่วโลกก็ยังโตได้ที่ +26% YoY โดยเฉพาะ PHEV ที่เมื่อหักจีนออกจากสมการแล้ว โตเหลือแค่ +6% เทียบกับ +20% เมื่อมีจีนอยู่ด้วย
ประเทศที่โตแรงสุด ๆ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์!
ใช่ครับ ไม่ใช่แค่จีนที่โตแรง ตลาดอื่นก็ไม่น้อยหน้า:
-
อเมริกาเหนือ: +20%
-
ยุโรป: +19%
-
ภูมิภาคอื่น ๆ (RoW): +35%
และที่ต้องปรบมือคือ 3 ประเทศในเอเชียที่มาแรงแซงทุกโค้ง:
-
อินโดนีเซีย: โตถึง +205%
-
เวียดนาม: ทะยาน +220%
-
สิงคโปร์: มียอด EV Share สูงถึง 42% แล้วในปี 2025! (จากฐานเดิมที่สูงอยู่แล้วในปี 2024)
ถ้ายังโตต่อเนื่องแบบนี้ สิงคโปร์อาจกลายเป็นประเทศที่สองของโลก (ต่อจากนอร์เวย์) ที่มีตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ก่อนปี 2030 แซงหน้าแม้กระทั่งจีน ไอซ์แลนด์ หรือเดนมาร์ก!
BEV ครอง 67% ของยอดขายปลั๊กอินในเดือนกุมภาพันธ์
ในแง่สัดส่วนของยอดขายปลั๊กอิน BEV กินไปถึง 67% ของทั้งหมดในเดือนกุมภาพันธ์ (ยอดสะสมปี 2025 อยู่ที่ 66%) ซึ่งสูงขึ้นจากค่าเฉลี่ยปี 2024 ที่ BEV มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 63% ถือว่าเป็นปีทองของ BEV อย่างแท้จริง
แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในโลก (มกราคม กุมภาพันธ์ 2025)
BYD แรงไม่หยุด — Tesla สะดุด — Startup จีนมาเป็นแก๊ง!
เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา BYD ยังครองบัลลังก์อันดับ 1 แบบไร้ข้อกังขา ด้วยยอดจดทะเบียนทะลุ 310,000 คัน และที่น่าทึ่งกว่าคือ 22% ของยอดขายมาจากตลาดต่างประเทศ! ซึ่งพุ่งแรงมากเมื่อเทียบกับทั้งปี 2024 ที่สัดส่วนต่างประเทศยังอยู่แค่ 10%
ตอนนี้ BYD ตั้งเป้ายอดขายปี 2025 ไว้ที่ 5.5 ล้านคัน และคาดว่าจากจำนวนนั้นจะมีถึง 800,000 คันที่ส่งออกต่างประเทศ — นี่มันกำลังกลายเป็น “Toyota 2.0” ชัด ๆ! คำถามคือ… BYD จะหยุดที่ไหน? หรือจะโค่น Toyota เป็นแชมป์โลกก่อนปี 2030 จริง ๆ?
Tesla ยังไม่ฟื้น — แต่มีลุ้นเดือนหน้า
ฝั่ง Tesla ยอดเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 98,000 คัน ลดลงถึง -13% YoY เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ช่วงนี้อาจจะดูซึม ๆ หน่อย แต่มีแววว่าช่วงเดือนมีนาคมจะกลับมาคึกคัก เพราะจะเริ่มส่งมอบ Model Y โฉมใหม่ แล้ว และโดยปกติเดือนมีนาคมก็เป็นเดือนพีคของ Tesla อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม… การจะทำลายสถิติเดือนมีนาคมปีที่แล้วที่เคยแตะ 167,000 คัน ดูจะเป็นเรื่องยาก เพราะเทรนด์ปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยนัก — แค่ “เข้าใกล้” ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว!
มองไปข้างหน้า ไตรมาส 2 น่าจะสดใสขึ้นจากการขาย Model Y แบบเต็มสูบ แต่พอผ่านช่วงบูมหลังรีเฟรชไปแล้ว… ก็ต้องลุ้นอีกที โดยเฉพาะหากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่เป็นใจ
Geely เดินเกมท้าชิง — Wuling, Volkswagen และ Startup จีนเกาะกลุ่มขึ้นมาหมด!
Geely ยังคงเดินหน้าอย่างมั่นคงในเส้นทาง “ท้าชน BYD – แซง Tesla” ด้วยไลน์อัปรุ่นรถหลากหลายและแข็งแรงในจีน เป้าหมายถัดไปคือ “ส่งออกในปริมาณสูง” เพื่อไล่ทันพี่ใหญ่จากเซินเจิ้น
Wuling มาอันดับ 4 ที่ 43,000 คัน ห่างจาก Geely ที่อยู่ที่ 77,000 คัน พอสมควร แต่ต้องระวังหลัง เพราะ Volkswagen ในอันดับ 5 กำลังไต่ขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ด้วยฟอร์มต้นปีที่แรงจนน่าสงสัยว่า “กฎ CO2 ปี 2025 ของยุโรป” จะมีเอี่ยวไหมเนี่ย?
Startup จีนรวมตัวเป็น “แก๊งสี่อหังการ” ตบยักษ์ทั่วโลก
อันดับ 7 คือ Xpeng ทำยอดกว่า 30,000 คัน และนำหน้า 3 สตาร์ทอัพร่วมวง:
- Li Auto (อันดับ 8)
- Leap Motor (อันดับ 9)
- Xiaomi (อันดับ 10)
กลุ่ม “แก๊งสี่อหังการ” นี้น่าสนใจสุด ๆ เพราะไม่ใช่แค่เบียด OEM ตะวันตกเท่านั้น แต่ยังเหนือกว่าหลายแบรนด์ดั้งเดิมของจีนด้วย
Kia, Ford, และ VinFast ก็มาดี
Kia โชว์ฟอร์มด้วย EV3 ที่ช่วยดันยอดเดือนนี้ขึ้นมาสวย ส่วน Ford ก็ติด Top 20 ในอันดับ 19 ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เห็นกันบ่อยนัก
ปิดท้ายด้วย VinFast จากเวียดนามที่ ทะยานเข้าท็อป 20 เป็นครั้งแรก! ด้วยยอดเกือบ 15,000 คัน — โดย 85% มาจากเวียดนามเอง แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณดี ๆ ใน อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และสหรัฐฯ แล้วด้วย
ยอดจดทะเบียน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2025 BEV+PHEV ทั่วโลก
Tesla Model Y – BYD Song – Model 3: สามอันดับแรกยังนิ่งสนิทเหมือนเดิม!
2025 อาจเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ที่ “โพเดียม EV โลก” ไม่เปลี่ยนเลย…น่าเบื่อดีนะเนี่ย?
เมื่อดูจากตารางยอดจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2025 (YTD) Tesla Model Y ยังครองอันดับ 1 แบบเหนียวแน่น โดยมี BYD Song และ Tesla Model 3 ตามมาติด ๆ ในอันดับ 2 และ 3
จุดน่าสนใจคือ — สามอันดับแรกในปี 2025 ณ เดือนกุมภาพันธ์ เหมือนเด๊ะกับอันดับสุดท้ายของปี 2024, 2023 และ 2022 แบบเป๊ะ ๆ ไม่มีคลาดเคลื่อน!
หากแนวโน้มยังคงแบบนี้ต่อไป… ก็เท่ากับว่าเราจะได้เห็นโพเดียม EV โลกหน้าตาเดิม ติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน! จะเรียกว่า “น่าเบื่อ” ก็ได้ หรือจะเรียกว่า “ความเสถียร” ก็ไม่ผิด
BYD Seagull ไต่ขึ้นอันดับ 5 — ตัวอื่นของ BYD ก็ไหลขึ้นเหมือนกัน
อันดับเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นที่ อันดับ 5 เมื่อ BYD Seagull กระโดดขึ้น 2 อันดับแซงรุ่นอื่นแบบเฉียบขาด
ยังมี BYD อีกหลายรุ่นที่ไต่ขึ้นในตาราง:
-
Qin L ขยับขึ้นสู่อันดับ 9
-
Yuan Plus (Atto 3) กระโดดขึ้นมาอยู่อันดับ 12
แถมยังมี 2 รุ่นใหม่เพิ่งเข้าตาราง:
-
Song L เข้ามาใหม่ที่อันดับ 19
-
Destroyer 05 ติดเข้ามาที่อันดับ 20
รวมแล้วตอนนี้ BYD มีถึง 9 รุ่นใน Top 20! ฟังดูเยอะนะ… แต่พอนึกได้ว่า BYD ผลิตรุ่นรถเยอะพอ ๆ กับร้านกาแฟในกรุงเทพฯ (เกือบ 900 รุ่น ) ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมมันถึงโผล่มาได้ขนาดนี้
Xpeng Mona M03 ขึ้นแรง — Wuling Bingo ก็ไม่ยอมน้อยหน้า
ฝั่ง Xpeng Mona M03 ก็ยังคงมาแรงต่อเนื่อง ตัวรถที่หน้าตาเหมือนซีดานแต่ท้ายใหญ่แบบ Liftback นี้ ไต่ขึ้นมา 4 อันดับ สู่อันดับ 10 ได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน Wuling Bingo ที่ขายดีต่อเนื่องก็กระโดดขึ้น 2 อันดับ มาที่อันดับ 18 เช่นกัน — สัญญาณว่าตลาดรถเล็กก็ยังมีแรงอยู่
วิเคราะห์จากเซกเมนต์ — D-Segment ครองเท่าเซกเมนต์รวมกัน!?
มองอีกมุมที่น่าสนใจ: ใน Top 20 มีรถ D-Segment มากถึง 10 รุ่น! ส่วนอีก 10 รุ่นที่เหลือกระจายตามนี้:
- A-Segment: 3 รุ่น
- B-Segment: 2 รุ่น
- C-Segment: 3 รุ่น
- E-Segment: 2 รุ่น
ที่น่าชื่นชมคือ ผู้นำของแต่ละเซกเมนต์มาจากแบรนด์ต่างกันหมด!
- A — BYD
- B — Geely
- C — Xpeng
- D — Tesla
- E — Xiaomi
แบบนี้แสดงถึง “ความสมดุล” ของตลาดจริง ๆ ไม่มีใครผูกขาดทุกรุ่นทุกราคา น่าจับตาว่าในครึ่งหลังของปี ใครจะขยับตำแหน่งได้บ้าง