วิ่งได้ไกลถึง 700 กม./ชาร์จ WLTP VOLVO ES90 EV ชาร์จเร็ว 10 นาทีวิ่งได้ 300 กม.

Autocar.co.u Render By
สรุปก่อนอ่านรายละเอียด
Volvo ES90 เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ใช้ เทคโนโลยี 800 โวลต์ ช่วยให้ชาร์จเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ชาร์จเร็ว
- ชาร์จเพิ่ม 300 กม. ได้ใน 10 นาที (ที่สถานีชาร์จเร็ว 350 kW)
- ลดเวลาชาร์จ 10-80% เหลือเพียง 20 นาที
⚡ ระยะทางและประสิทธิภาพ
- วิ่งได้ไกลสุด 700 กม. (มาตรฐาน WLTP)
- ระบบไฟฟ้าแรงดันสูงช่วยให้ ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความร้อน
- น้ำหนักเบาลง เพิ่มอัตราเร่งและสมรรถนะ
มุ่งเน้นความยั่งยืน
- ใช้วัสดุรีไซเคิล: อลูมิเนียม 29%, เหล็ก 18%, พลาสติกโพลิเมอร์ 16%
- แผงไม้ภายในรถทำจาก ไม้ที่ได้รับการรับรอง FSC
- Battery Passport ใช้บล็อกเชนเพื่อติดตามแหล่งที่มาของวัตถุดิบในแบตเตอรี่
Volvo ES90 ใหม่: เทคโนโลยี 800 โวลต์ ช่วยเพิ่มระยะทางและลดเวลาชาร์จได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
ES90 สามารถชาร์จเพิ่มได้ถึง 300 กิโลเมตรในเวลาเพียง 10 นาที และวิ่งได้ไกลสุดถึง 700 กิโลเมตร
Volvo ES90 ใหม่เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่พัฒนาให้สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นและชาร์จไฟได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยี 800 โวลต์ ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในรถยนต์ไฟฟ้าของ Volvo
ข้อดีของระบบไฟฟ้า 800 โวลต์มีมากมาย เช่น การชาร์จแบตเตอรี่ที่รวดเร็วขึ้น ประสิทธิภาพโดยรวมของรถที่ดีขึ้น และการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบ 400 โวลต์
ด้วยการปรับปรุงทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ในการจัดการแบตเตอรี่ รวมถึงดีไซน์ที่ทันสมัย Volvo ES90 จึงกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นและชาร์จเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อน ๆ โดยสามารถชาร์จ 300 กิโลเมตรได้ในเวลาเพียง 10 นาที (ที่สถานีชาร์จเร็ว 350 kW) และสามารถวิ่งได้ไกลสุด 700 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
ออกแบบเพื่อความสะดวกสบายและความมั่นใจในการขับขี่
Volvo ES90 ถูกออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ระดับพรีเมียม ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและสะดวกสบายในการเดินทาง ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ไหน เทคโนโลยีระบบไฟฟ้าที่ก้าวล้ำของ ES90 ช่วยให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจและสะดวกสบายตลอดเส้นทาง
“เทคโนโลยี 800 โวลต์ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเราในการก้าวไปสู่ยุคไฟฟ้าเต็มรูปแบบ”
– Anders Bell หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมและเทคโนโลยีของ Volvo กล่าว
ระบบไฟฟ้า 800 โวลต์: เร็วขึ้น แรงขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Volvo ได้พัฒนา ทุกองค์ประกอบของระบบไฟฟ้า ให้รองรับ 800 โวลต์ ไม่ว่าจะเป็น เซลล์แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ ระบบชาร์จ ระบบควบคุมสภาพอากาศ และระบบระบายความร้อน สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การชาร์จ การใช้พลังงาน และสมรรถนะของรถยนต์ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ระบบไฟฟ้าแรงดันสูงช่วยให้สามารถ ส่งกำลังไฟฟ้าได้มากขึ้น ในขณะที่ใช้กระแสไฟเท่าเดิมเมื่อเทียบกับระบบ 400 โวลต์ นอกจากนี้ยังลดความร้อนที่เกิดขึ้นในระบบ ทำให้สามารถรองรับการชาร์จเร็ว สูงสุด 350 kW โดยไม่ทำให้ระบบไฟฟ้าโอเวอร์โหลด
อีกทั้ง มอเตอร์ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ มีน้ำหนักเบาลง ส่งผลให้รถมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และช่วยเพิ่มอัตราเร่ง รวมถึงระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น
ระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ: ชาร์จเร็วขึ้น 30%
Volvo ได้พัฒนาซอฟต์แวร์จัดการแบตเตอรี่ใหม่ที่ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการชาร์จให้ดียิ่งขึ้น ระบบใหม่นี้ช่วยลดเวลาชาร์จจาก 10-80% ได้เร็วขึ้นถึง 30% หรือใช้เวลาเพียง 20 นาที เท่านั้น
ซอฟต์แวร์ดังกล่าวผสานกับเทคโนโลยี Adaptive Charging จาก Breathe Battery Technologies ซึ่งเป็นบริษัทที่ Volvo ได้ลงทุนผ่าน Volvo Cars Tech Fund
ความยั่งยืน: สร้างอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่แล้ว Volvo ES90 ยังมุ่งเน้นด้าน ความยั่งยืน โดยใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุธรรมชาติในการผลิต
- อลูมิเนียม 29% และเหล็ก 18% ที่ใช้ในโครงสร้างตัวรถมาจากวัสดุรีไซเคิล
- พลาสติกโพลิเมอร์และวัสดุชีวภาพ 16% เป็นวัสดุรีไซเคิล
- แผงไม้ภายในห้องโดยสารทำจากไม้ที่ได้รับการรับรอง FSC
นอกจากนี้ ES90 ยังมาพร้อมกับ “Battery Passport” ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อติดตามแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในแบตเตอรี่ เช่น ลิเธียม โคบอลต์ นิกเกิล และกราไฟท์ ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบกระบวนการจัดหาวัตถุดิบและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของแบตเตอรี่ได้อย่างโปร่งใส
VOLVO ES90 เตรียมขายไทยปีนี้
เมื่อปีที่แล้ว Volvo ได้เปิดตัวภาพพรีวิวรุ่น ES90 อย่างเป็นทางการ รถรุ่นใหม่นี้วางตำแหน่งเป็นซีดานไฟฟ้าขนาดใหญ่ ใช้การออกแบบใหม่ทั้งหมด และติดตั้งชุดแบตเตอรี่ขนาด 111kWh รถใหม่นี้เป็นซีดานไฟฟ้าบริสุทธิ์คันแรกของ Volvo จะแข่งขันกับ BMW i5/Mercedes-Benz EQE และรุ่นอื่นๆ สำหรับรุ่นนี้จะขายไทยปลายปีนี้
- วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศการเติบโตของยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมความสำเร็จยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าที่ทำสถิติสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวมในปี 2024 เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 24 เปอร์เซ็นต์
- พร้อมกันนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศเป้าหมายการดำเนินธุรกิจสำหรับปี 2025 และอนาคต โดยมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด, เสริมความพึงพอใจ และบริหารประสบการณ์ลูกค้าด้วยงานขายและการบริการที่ครอบคลุม พร้อมเพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ด้วยโครงการใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการเป็นเจ้าของรถวอลโว่
- ในปี 2024 ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้า fully electric มีสัดส่วนสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวม โดยเป็นสัดส่วนสูงสุดที่เคยมีมาตั้งแต่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เริ่มจำหน่ายรถไฟฟ้า fully electric ในปี 2022 ซึ่งความนิยมของ Volvo EX30 ส่งผลให้รถรุ่นดังกล่าวมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย Volvo EC40 และ EX40 ที่มียอดขายที่ 20 เปอร์เซ็นต์ เท่า ๆ กัน สำหรับรถปลี๊กอินไฮบริดนั้นมีสัดส่วนยอดจำหน่ายรวมที่ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยมีรถสไตล์เอสยูวี รุ่นยอดนิยมอย่าง Volvo XC60 และ XC90 ที่ยังคงสร้างความสนใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
- นอกจากการเติบโตของรถใหม่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศการเติบโตของรถวอลโว่มือสองไมล์น้อยคุณภาพดี อย่าง Volvo Selekt Approved Used Cars ว่ามียอดจำหน่ายที่โตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปี 2023
- คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และ ประเทศมาเลเชีย กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจกับผลลัพธ์ของปีที่ผ่านมาเนื่องจากเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งการเติบโตที่ต่อเนื่องก็สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์วอลโว่ และตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
- และแม้ว่าความท้าทายจะยังเกิดขึ้นต่อเนื่องมาในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับแบรนด์ของเรา โดยเราตั้งเป้าหมายการเติบโตของปี 2025 ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ เราเชื่อว่าด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอทั้งในส่วนของรถไฟฟ้า fully electric และรถปลั๊กอินไฮบริด จะยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคต่อเนื่องไปในอนาคต อีกทั้งความพรีเมียมของแบรนด์ที่ทำให้ วอลโว่ คาร์ แตกต่าง และเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
สานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในปี 2025
- ในปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางเป้าหมายเพื่อสานต่อความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าในอนาคต
- เริ่มในไตรมาสแรกของปี 2025 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนการส่งมอบรถไฟฟ้าขนาด 7 ที่นั่ง สไตล์เอสยูวี รุ่นเรือธงอย่าง Volvo EX90 ให้แก่ลูกค้า ซึ่ง EX90 นำเสนอนิยามบทใหม่ของเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยของ วอลโว่ คาร์ โดยเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้ชิปในการประมวลผล ผ่านการทำงานของซอฟ์แวร์เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ความปลอดภัย, การเชื่อมต่อ และข้อมูล บนแพลตฟอร์มที่สามารถอัพเกรดเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง
- นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า fully electric รวมถึงรถกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถไฟฟ้าเท่านั้นในอนาคต
- ในแง่ของการบริการเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า บริษัทฯ ได้วางแผนในการเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) แห่งใหม่ พร้อมวางแผนการขยายบริการ Volvo Mobile Service ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความนิยมของลูกค้าที่สนใจรับบริการเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นบริการที่มีความสะดวกสบาย โดยลูกค้าสามารถรับบริการได้จากที่บ้านหรือสถานที่ที่นัดหมาย ประหยัดเวลาการเดินทางไปที่ศูนย์บริการ พร้อมกันนี้ยังได้รับความอุ่นใจว่าช่างที่มาให้บริการได้รับการอบรมตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์
- เนื่องด้วยความเข้าใจในสภาวะของตลาด และเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยยังได้วางแผนจัดตั้งศูนย์ซ่อมและรีไซเคิลแบตเตอรี่ ร่วมถึงเปิดบริการ SMART Repair Service ซึ่งเป็นการบริการซ่อมความเสียหายขนาดเล็ก และขนาดกลาง ที่เกิดขึ้นกับตัวรถด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของวอลโว่ แทนที่การเปลี่ยนอุปกรณ์ยกชิ้น ซึ่งการซ่อมดังกล่าวใช้เวลาไม่นาน และมีราคาประหยัด จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ เพิ่มมูลค่าในการเป็นเจ้าของซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ต้องการนำเสนอให้แก่ผู้เป็นเจ้าของรถวอลโว่ทุกคน
ปัจจุบันยังไม่เปิดตัว หลังจากมีรถ SUV หลายคัน และ EX30 รถยนต์ไฟฟ้าคันเล็กสุดของแบรนด์ VOLVO เตรียมเปิดตัวซีดานไฟฟ้าคันถัดไป EV มีชื่อรหัสภายในว่า “V551” และเชื่อกันว่ามีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ES90” ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม SPA2 เดียวกันกับ EX90
- ดูเหมือนว่า Volvo S90 ซีดานสุดหรู กำลังอยู่ท้ายๆ ของการปรับโฉมใหม่ สำหรับโฉมปัจจุบันเปิดตัวตั้งแต่ปี 2016 – ปัจจุบัน อายุตลาดปัจจุบันเข้าปีที่ 6 และ เราคงต้องรออีกสักพักกว่าจะปรับโฉม
- ปัจจุบันเราคงทราบกันดีว่า S90 ได้มีการปรับปรุงขุมกำลังในรุ่นปลั๊กอินไฮบริด Inscription ให้กำลัง 460 แรงม้า (เดิม 407 แรงม้า) แรงบิต 709 นิวตัน-เมตร (เดิม 640 นิวตัน-เมตร)
- EX90 ใหม่ พัฒนาบนสถาปัตยกรรม SPA2 ใหม่ของวอลโว่ ซึ่งจะมาแทนที่แพลตฟอร์ม SPA (Scalable Product Architecture)
เมื่อพิจารณาจากภาพพรีวิว รถคันใหม่ ได้เผยชื่อรถใหม่ “Volvo ES90” อย่างเป็นทางการแล้ว และยังได้โชว์เส้นสายดีไซน์ตัวถังบางส่วนด้วย รูปร่างโดยรวมของรถใหม่ ค่อนข้างจะเพรียว โดยมีเส้นรอบเอวของตัวรถพาดผ่านตัวรถไปด้านหลัง กระจกมองหลังด้านนอกม่ถูกวางไว้บนกรอบประตูและใช้โครงสร้างแบบแยกส่วน ติดตั้งกล้องและชุด ปกรณ์เซ็นเซอร์อื่นๆ ในการขับขี่ เราคาดว่าด้านหน้าของรถใหม่จะคล้ายกับรุ่น EX90 ในปัจจุบัน และจะใช้สไตล์ของไฟหน้า Thor’s Hammer เพื่อเน้นคุณลักษณะของครอบครัว ตามรายงานก่อนหน้านี้ความยาวของรถใหม่ประมาณ 5 เมตร
VOLVO เน้นย้ำถึงเทคโนโลยีการขับขี่ Ride Pilot ที่มีชื่อว่า “Hands-free, eyes-off” ระบบใช้เซ็นเซอร์มากกว่า 24 ตัวรวมถึง LiDAR และ อัลตราโซนิกเพื่อช่วยให้ AI เรียนรู้ จดจำสิ่งรอบตัว ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบในแคลิฟอร์เนีย
แน่นอนว่าการขับขี่แม่นยำขนาดนี้ ต้องมีการประมวลผลชั้นสูงด้วย NVIDIA DRIVE Orin system-on-a-chip มีความสามารถ 254 tera operation ต่อวินาที (TOPS)
NVIDIA DRIVE Orin จะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดย Volvo Cars และ Zenseact ชุดเซ็นเซอร์ที่จำเป็นสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ เช่น เทคโนโลยี LiDAR ที่พัฒนาโดย Luminar นั้นเปิดใช้งานโดยพลังการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นของ NVIDIA DRIVE Orin และการประมวลผลกราฟิก Zenseact หากเปิดตัวระบบขับขี่อัตโนมัติ L4 VOLVO ยังคงต้องจำกัดพื้นที่ขับขี่เฉพาะก่อนเพื่อความปลอดภัย
Luminar lidar และคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงโดยใช้ชิป Nvidia Drive Orin เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
Lidar ซึ่งคล้ายกับเรดาร์แต่ใช้คลื่นแสงแทนคลื่นวิทยุในการตรวจจับวัตถุทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น
ฮาร์ดแวร์จะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ใหม่ ที่พัฒนาขึ้นภายในบริษัท โดยเรียกว่า Highway Pilot ทำให้สามารถเกิดระบบ “ขับขี่อัตโนมัติ” บนทางหลวงได้ Volvo กล่าว อย่างไรก็ตาม จะเปิดใช้งานได้ก็ต่อเมื่อได้รับการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยและได้รับอนุญาตตามกฎหมายสำหรับสถานที่และเงื่อนไขทางภูมิศาสตร์แต่ละแห่งเท่านั้น เป็นที่น่าสังเกตว่า Volvo ได้ล้มเลิกเป้าหมายอย่างชัดเจนในการเปลี่ยนไปใช้ระบบไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ในปี 2030 เป้าหมายใหม่คือภายในปี 2030 ประมาณ 90% ของยอดขายหลักจะได้รับการสนับสนุนจากโมเดลที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และส่วนที่เหลือจะเหลืออยู่ที่ 48V รถยนต์ขนาดเล็ก ขณะเดียวกัน สัดส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าของวอลโว่จะสูงถึง 50-60% ในปี 2030 และทุกรุ่นในซีรีส์จะมีรถยนต์ไฟฟ้าล้วนๆ ในปี 2040